วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

โลกที่่เต็มไปด้วยเรา(๙)ยามเช้าของแนวป่า



ยามเช้าของแนวป่า
นิ่งเงียบสงบ
ไม่มีแม้เสียงนกสนทนาการ

ยามสาย
เสียงนกเจี๊ยวจ๊าวจอแจ
อยู่รายรอบ

ชาวไร่นั่งพักเหนื่อย เสื้อชุ่มเหงื่อ
ใต้เงาไม้ระรื่นลม
ต้นไม้นานาชนิด
เบียดเสียดคลอเคลียลิ้มแดดอุ่น
มิได้ถามหาความรัก
ไม่เลือกที่มัก รักที่ชัง

คนเล่า
รังแต่จะหวาดระแวง
ยื้อแย่งพื้นที่ของตน

วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2558

โลกที่เต็มไปด้วยเรา (๗)




ต้นข้าวเดือนตุลาคมแทรกรวงอ่อนนุ่ม
อวดดวงตะวันเดียวดาย
เสียงปลาฮุกเหยื่อในแปลงข้าว
เสียงเครื่องยนต์จากเครื่องตัดหญ้า
ชาวนากวัดแกว่งเครื่องตัดหญ้า
จนหยาดเหงื่อโทรมกาย

แล้วคันนารกเรื้อก็เตียนโล่ง

วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2558

พี่ชาย



พี่ชาย
ความหมายของชีวิตคือสิ่งไหน
วัดความดี-เลวโดยปริมาตรใด
หรืแท้แล้วแค่หัวใจเพียงดวงเดียว

โลกนี้กว้างไกลพี่ชายก็รู้
คำบอกกล่าวยังกู่อยู่หน่วงเหนี่ยว
สร้างชีวิตจากชีวิตลำพังเดียว
ย่อมคุณค่าเก็บเกี่ยวประสบการณ์

พี่ชาย
บทพิสูจน์มากมายที่กรายผ่าน
แห่งเหตุผลค้นพบทบวันวาร
กลับเลือนผ่านทรงจำอำพรางใจ

เห็นดีแล้วใช่ไหม?พี่ชายเอย
จึงจากไกลอย่างเฉยเมยมิเอ่ยไหน
ไม่มีแม้สักร่ำถ้อยคำใจ
ไม่มีสื่อสารใดแม้คำลา

หลับเถิดพี่ชาย
ไม่มีหรอกความหมายอย่าห่วงหา
กลับสู่ว่างเปล่า-ความเป็นมา
พี่ชายล่วงหน้า-นิรันดร์แล้ว..ฯ

เขาไปอย่าง..เงียบเงียบเพียงลำพัง ๑


สิบแปดกันยายน..
เขาไปพ้นจากขอบโลก
มิอินังข้างหลังวิโยค
โอหนอเจ้า-ดวงใจเอย

แค้นค่ำระกำเช้า
ฤๅเจ็บเศร้ามิเย้าเอ่ย
ดวงตาอันคุ้นเคย
ไปแหลกร้างค้างเดือนดาว

ทุบทิ้งทุกสิ่งหวัง
ลงภินท์พังสะพรั่งหนาว
เคยสดุดีชีวา วาว
กลับเสพเศร้าระทมครวญ

ท่วงเพลง"คนนอกคอก"
เคยคลอหยอกและยิ้มร่วน
ร้องร่ำ-ระยำตรวน
หยั่งเย้ยทุกข์ยุคสมัย

.......

เงียบเงียบเพียงลำพัง
แต่คล้อยหลังสะท้านไหว
เจ้าเฉือนหัวใจใครต่อใคร
ติดปีกวาดลิบโลกแล้วฯ....


.............................
เพลงประกอบบทกวี"คนนอกคอก"/คาราวาน




วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2558

โลกที่เต็มไปด้วยเรา ๖



ไร่อ้อย..มิได้คอยรัก..
แต่รอเรียวมือและคมจอบของชาวไร่ไปถากถาง
เถาว์เครือ ยวงหญ้าของหน้าฝน
แข่งขันกันงดงามกว่าต้นอ้อย

เพลงฝนยังร่ำร้อง
ทำนองกระชั้น
ดินเหนียวติดรองเท้าเทอะทะ
ชาวไร่ก็เงอะงะไม่ก้าวสู่
ไร่อ้อย อาบฝนได้แต่ชะเง้อคอย

ทางเดินเละเทะถลอกไถล
เกินกว่าคมจอบและเรียวมือจะยื้อถึง



วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2558

โลกที่เต็มไปด้วยเรา ๕



ฝนหว่านเม็ดเป็นช่วงยาม
ฟ้าสีเทา-เงาในน้ำ
เปาะแปะเปาะแปะแฉะชื้น
ทางเดินลื่นไถล

ชาวนาใบหน้าใต้หมวก
จอบบนบ่า ตะกร้าคล้องไหล่
ข้างในต้นกล้ามะเขือเทศ
คันนารกหญ้า ถาก-ขุด ถาก-ขุด
ปลูกต้นมะเขือเทศ
...........










วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2558

โลกที่เต็มไปด้วยเรา (๔)







ฟ้าไร้แดด
สีสันแห่งวันเป็นสีเทา
อากาศอบอ้าว
ใคร? บอก อบให้เห็ดก่อเกิด
ชาวนาขุดดินริมคันนาปลูก
แมงลัก โหระพา กะเพรา
ในเราสร้างงานจนอ่อนล้า..



โลกที่เต็มไปด้วยเรา๓




ทุ่งข้าวพราวเขียวไกลสุดสายตา
ต้นข้าวของข้าฯยืนแช่น้ำอย่างเบิกบาน
คลองน้ำเอื่่อยไหล
คันนาปริ่มน้ำ
เขียดจะนาแจ๊ดแจ้ว
ในยามเย็น



โลกที่เต็มไปด้วยเรา..๒




ตาเผาถ่านถูกจุดไฟจนติดดี
ควันโขมงเกลื่อนอากาศและผืนไร่
ไม้ที่บรรจุจนเต็มเตากินเวลา
ในการเผาไหม้ถึงห้าวัน
เมื่อควันจากปล่องควันพร่าจาง
ถึงกาลที่ต้องปิดเตาให้อับอากาศ
แขวนการรอคอยกับวันเวลาเป็นสัปดาห์
เราจะเก็บผลผลิตถ่านกันในวันนี้





โลกที่เต็มไปด้วยเรา






แนวป่าครึ้มเขียว
ชอุ่มและชุ่มชื้น
ภายใต้ร่มเงาแมกไม้ใหญ่

เราดุ่มเดินอย่างช้าเชือน
ฝุงยุงป่า-ตระกร้าเห็ด
หอมดินและกลิ่นใบไม้..



ขลาด



ทีละก้าวและทุกๆก้าว
ในลมหายใจเข้า-ออก
ไร้ความซับซ้อนของชีวิต
จิตนิ่งคิด
กายสาละวน
งานบันดาลผลและเงินตรา
ได้เยียวยาชีวิต
เราหวาดกลัวความแร้นแค้น
โดยมิยินยอมทำความรู้จัก
มิไยต้องหาเหตุผล
แท้แล้วคือความขลาดกลัว

วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2558

ไยโลกกว้างกลับยิ่งเงียบ





 : ไยโลกกว้างกลับยิ่งเงียบ


 67

ในเรา
ล้วนส่ำเสียงเกินอึกทึก
ไยโลกกว้างกลับยิ่งเงียบ



68

หนึ่งก้อนดินสั่งสมในวันเวลา
ดื่มซับความแกร่งแข็งจากแดดและลม
หรือจักแตกสลายโดยหยาดน้ำจากฟ้า



69

สักเสี้ยวของห้วงใจเธอ
ยังรำลึกถึงข้าฯก็ฉานชัดรูปทรง
อย่างน้อยความคิดถึงแห่งข้าฯก็มิได้เปล่าดาย..