วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

สายลมของใบไม้



ฤดูฝน
อีกขวบปี
สายลมแห่ง ใบไม้




แกะห่อเมล็ดพันธุ์
เปลดินซุยนุ่มอ่อน
กล่อมนอนด้วยเพลงฝน




พืชไร่แตกยอดหนา
ยวงหญ้าก็ชอุ่ม
ฝนตั้งเค้าเมื่อยามบ่าย
คราบสนิมเปื้อนคมจอบอีกวัน



ความเขียวขจีระบัดอยู่รายรอบ
ดวงใจสีใดหนอ
ทว่าความคิดคำนึง
มิต่างจากความเขียวขจีของใบไม้



วันพฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

เงา


ก่อเกิดจากความรัก
ร้อยถักทะนุถนอม
เติมอบเต็มอุ่นกรุ่นอ้อม
กล่อมอวลทุกความเป็นไป

อย่าปล่อยความรักสูญเปล่า
เมื่อเท้าก้าวห่าง-ทางไหน
อย่าเลือนวันเก่าเยาว์วัย
คอใครเจ้าเคยขี่มัน

อย่าลืมน้ำนมพรมอาบ-
ซาบเหงือกซบอิ่ม-พรื้มฝัน
ผ้าเปื้อนขี้เยี่ยวในคืนวัน
ใครกันชะล้างมิวางมือ

เติบโตจากการฟูมฟัก
ปีกรักหักร้างแล้วหรือ
ท่วงท่ากระเหี้ยนกระหือรือ
ดั่งจะยื้อบีบคอมารดา

อย่าหยิ่งยะโสโอหัง
ก่อความชิงชังทั้งหน้า
สมองกะโหลกกะลา
การศึกษาไม่จรรโลงใจ

อย่าหมิ่นสองมือแห่งแม่
แท้คือมือแม่ยิ่งใหญ่
เขียนลงแผ่นผืนของหัวใจ
ให้จำหลักศักดิ์สิทธิ์ชีวิตเยาว์..ฯ

วันพุธที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

และแล้วความว่างเปล่าก็ร่ำร้องเพลง


52
ระหว่างการดำรงอยู่
ฉันพบว่าการมีอยู่เป็นทุกข์
ความว่างเปล่ากลับกลายเป็นความจริง

53

ใจในนามธรรม
การเดินทางจากข้างใน
สู่ภายนอก

54

ใครต่อใคร
พรากจากเรา
บนถนนสายเดิม

55
ดวงตาคู่นั้นปวดร้าว
ผู้เฒ่าปิดเปลือกตาโดยโรคร้ายฝานลมหายใจ
และแล้วความว่างเปล่าก็ร่ำร้องเพลง

55.5
เก้าอี้โยกก็ว่างเปล่า
ชานเรือนเงียบเหงา
ชายชราไปแล้ว...

56
หยาดหยดแห่งน้ำตา
มิได้ร้องไห้
แต่เข้าใจถึงการจากพราก


วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

คือที่มา




  ประทานโทษ! ขอรับ ขออนุญาต ตามหาความฝันสักวันจะได้ไหม? ใครได้ยินเสียงโลกร่ำไห้ และเสียงเกือกใคร  โหยหวนในแดดระอุ
 เราซุกนอนพักใต้ร่มไม้นับหิ่งห้อยจากดวงตาอย่างมึนแดดในท่วงทำนองของชีวิต  เราวางตัวเองอยู่ในความเหน็ดเหนื่อย และอ่อนล้า  การทำงานกลางแดดแผดเผาเสียงกระเส่าเหมือนหมาเมาแดด (55)บทบาทของชาวไร่ผู้แบกขวานห้ำหั่นต้นไม้พันธุ์เทศนาม “ยูคาลิปตัส” โทษฐานเจริญเติบโตเชื่องช้ากว่า สะแก  ตะโกหรือพันธุ์ไม้พื้นเมืองที่ไม่ได้ตั้งใจปลูกแต่มันเกิดเองโดยเรามิได้เชื้อเชิญ วันเวลาสามสิบหกเดือนไอ้พันธุ์ไม้ที่เราตั้งใจปลูกกลับกลายเป็นความแคระแกนขยาดต่อพันธุ์ไม้ เจ้าถิ่นจนน่าหมั่นไส้  ถุย! กูนึกว่าจะแน่ ที่แท้ก็แพ้เลข4ทุกกรณี (55)  สามสิบเจ็ดเดือนก่อนภาพวาดในหัวใจสวยสดงดงาม  โดยราคาไม้ยูคาลิปตัสในกาลนั้นกระชากความอยากมีเงินตราจนตัดสินใจลงทุนปลูก  หมดทุนไปตั้งหลายเงิน กระทั่งแขวนการรอคอยไว้ในวันเวลา
            วันนี้หาพ่อค้าไม้รับซื้อยูคาลิปตัสยากเย็นแสนเข็ญ สงสัยโรงงานกระดาษร่ำรวยกระดาษอยู่กระมัง มิไยดีชาวไร่ผู้ตรากตรำ แร้นแค้นทั้งแรงกายและเงินตรา   โรงงานรับซื้อไม้กำหนดขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของลำต้นต้องไม่ต่ำกว่า5นิ้วถึงจะซื้อ    ทรุด!  ควานหาทั้งผืนไร่ ก็ไม่มีให้ซื้อสักต้นหรอกว่ะ  นั่นคือเหตุผลที่ต้องแบกขวานเข้าห้ำหั่นไม้ยูคาลิปตัสทั้งสิบกว่าไร่เพื่อแปรสภาพจากไม้ไปเป็นถ่าน  นี่คือที่มาของ “ ย่าม มีด จอบ เลื่อย และชาวไร่