ประทานโทษ! ขอรับ ขออนุญาต ตามหาความฝันสักวันจะได้ไหม? ใครได้ยินเสียงโลกร่ำไห้ และเสียงเกือกใคร โหยหวนในแดดระอุ
เราซุกนอนพักใต้ร่มไม้นับหิ่งห้อยจากดวงตาอย่างมึนแดดในท่วงทำนองของชีวิต เราวางตัวเองอยู่ในความเหน็ดเหนื่อย และอ่อนล้า การทำงานกลางแดดแผดเผาเสียงกระเส่าเหมือนหมาเมาแดด (55)บทบาทของชาวไร่ผู้แบกขวานห้ำหั่นต้นไม้พันธุ์เทศนาม “ยูคาลิปตัส” โทษฐานเจริญเติบโตเชื่องช้ากว่า สะแก ตะโกหรือพันธุ์ไม้พื้นเมืองที่ไม่ได้ตั้งใจปลูกแต่มันเกิดเองโดยเรามิได้เชื้อเชิญ วันเวลาสามสิบหกเดือนไอ้พันธุ์ไม้ที่เราตั้งใจปลูกกลับกลายเป็นความแคระแกนขยาดต่อพันธุ์ไม้ เจ้าถิ่นจนน่าหมั่นไส้ ถุย! กูนึกว่าจะแน่ ที่แท้ก็แพ้เลข4ทุกกรณี (55) สามสิบเจ็ดเดือนก่อนภาพวาดในหัวใจสวยสดงดงาม โดยราคาไม้ยูคาลิปตัสในกาลนั้นกระชากความอยากมีเงินตราจนตัดสินใจลงทุนปลูก หมดทุนไปตั้งหลายเงิน กระทั่งแขวนการรอคอยไว้ในวันเวลา
วันนี้หาพ่อค้าไม้รับซื้อยูคาลิปตัสยากเย็นแสนเข็ญ สงสัยโรงงานกระดาษร่ำรวยกระดาษอยู่กระมัง มิไยดีชาวไร่ผู้ตรากตรำ แร้นแค้นทั้งแรงกายและเงินตรา โรงงานรับซื้อไม้กำหนดขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของลำต้นต้องไม่ต่ำกว่า5นิ้วถึงจะซื้อ ทรุด! ควานหาทั้งผืนไร่ ก็ไม่มีให้ซื้อสักต้นหรอกว่ะ นั่นคือเหตุผลที่ต้องแบกขวานเข้าห้ำหั่นไม้ยูคาลิปตัสทั้งสิบกว่าไร่เพื่อแปรสภาพจากไม้ไปเป็นถ่าน นี่คือที่มาของ “ ย่าม มีด จอบ เลื่อย และชาวไร่
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น