สำนวน "ทุกนาทีมีค่า" เห็นท่าว่าจะเป็นจริงเช่นนั้นสำหรับเรา การเดินเหยียบเงาตัวเองอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันนั่นย่อมหมายความว่าเราหมกมุ่นอยู่กับงานกลางแดดจ้าจนผิวเกรียมไหม้วันแล้ววันเล่า มือหยาบกร้านที่ไล้ลูบคมมีดคมเลื่อย มิครั่นคร้ามต่อความเหนื่อยล้า ถั่งทนกับความร้อนร้ายของแดดที่ระอุราวกับยืนเคียงไฟกองใหญ่ บางวันเราแบกความปวดแสบปวดร้อนทั้งคันคะเยอเต็มแผ่นหลังเมื่อกลับถึงเรือน ความรู้เท่าทันในวันต่อๆมา เราละเลงโลชั่นป้องกันแสงแดดก่อนสวมเสื้อสักสองตัวและถึงแม้ว่ามันจะป้องกันไม่ได้ร้อยเปอร์เซนต์ แต่มันก็ยังดีกว่าไม่ทาอะไรเลยแล้วจึงเคลื่อนย้ายตัวตน คร่อมบนเบาะมอเตอร์ไซด์แนววิบากพันธุ์ทางกระเตงสู่ผืนไร่
สัมภาระและเครื่องเคราของชายชาวไร่ไม่มีอะไรยุ่งยาก มีย่ามหนึ่งใบข้างในบรรจุขวดน้ำดื่ม,มีดประจำกาย วิทยุทรานซิสเตอร์และกล่องยาสูบ เลื่อยสองปื้นเล็กและใหญ่
หมวกปีกกว้างอย่างคาวบอย และที่ขาดไม่ได้ ผ้าขาวม้า้ (ha ha)
ผืนไร่หอมหวลในบรรยากาศยามเช้าแดดยังไม่แรง ยูคาลิปตัสรุ่นที่สองอายุ5เดือนแตกกอครึ้มเขียวไหวเอนล้อลมและแจ่มแดดนวลตา ภาระของเราคือตัดกิ่งและลำต้นที่ไม่ตรงโค้ง งอเล็กแกนทิ้งเพื่อให้ต้นที่เหลือมันขึ้นได้เร็วเมื่อหน้าฝนมาถึง เราไม่เร่งรีบร้้อนรนค่อยๆทำไปเรื่อยๆเมื่อว่างจากงานประจำ แต่เรากลับมีความรู้สึกว่าวันเวลา มันน้อยนิดเหลือเกินสำหรับการทำงานในผืนไร่
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น