วันพฤหัสบดีที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ปีก



โผเผจากความดักดานของชีวิตในวันเดือนปี
สู่สายธารที่ล่องไหล
คิดถึงใครหนึ่งซึ่งอยู่ในความทรงจำ
อันเป็นทั้งแรงดาลใจและความฝัน


สายธารแห่งกาลเวลายาวไกล
ฉันดุจลำเรือชีวิตหนึ่ง
ที่ล่องลอยในทะเลเวลา
ที่สุด ดุจร้างไร้แสงดาวนำทางสู่ชายฝั่ง

แต่ฉันยังขยับปีกเพื่อจะฝัน

ในนามของความเหงา



ดอกไม้ของวันวานเฉาลมและกรอบแดด
ความคิดถึงคือเสียงเพลงอันอ้อยส้อยที่กำลังขับขานอยู่จนคล้อยฝัน
ความหอมหวนของชีวิตเอ่ออยู่ในดวงตา และราวป่าอันยวบไหว
เราศรัทธาธรรมชาติที่ดำรงอยู่อย่างง่ายงาม
เมื่อสายฝนแรกของฤดูกาลโปรยปรายทุกๆชีวิตแห่งสรรพสัตว์ก็เผยตัว
ทำหน้าที่อันแตกต่างอย่างลงตัว ซื่อใสตามวิถีแห่งธรรมชาติ
ในนามของความเหงา เราโยนหัวใจอันเปลี่ยวเฉาไปในอากาศ..


วันเสาร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2556

การกระทำ




57

มุมมองของชีวิต
เย้ยหยันว่าหนึ่งวัน
มันน่าจะมีสัก 48 ชั่วโมง


58

เป็นฝีมือของกาลเวลา
ที่ลบเลือนข้า
ออกจากความทรงจำแห่งเจ้า



59

เช่นกันกับหัวใจเจ้า
ที่ลืมเลือนข้าไว้
ในวันเวลา


วันอาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ต้นข้าวเยาว์วัยกร้านดินอบแดด



ดอกหญ้าคาขาวโพลนบนคันนา โอนเอนเบนโดยแรงลมโบก
พราวพลิ้วในริ้วแดดแผด
ยกที่2ของชีวิต ฉันกลายเป็นชาวไร่อย่างเต็มตัวและเป็นชาวนาอย่างเดียวดาย
ตาเรียนเดินทางไกลสู่ความว่างเปล่าแล้ว
บทบาทหน้าที่แห่งชาวนาวัยปลดระวางของแกสิ้นสุดลง
มิได้มีโอกาสได้ทำหน้าที่แม้ส่วนเสี้ยวของฤดูกาล
ก่อนการจากไปแกทำได้เพียงปรับพื้นแปลงนาไว้เท่านั้น
โดยไม่ได้สั่งเสียสิ่งใดปล่อยฉันงมโข่งอยู่อย่างสับสน
สับสนว่าฉันควรทำเช่นไร ฉันจะยังคงดำรงความเป็นชาวนาต่อไปไหม?
หรือฉันควรเดินหนีจากรากเหง้าอันจริงแท้ของชีวิตและจิตวิญญาณ
ปล่อยเรือกสวนไร่นาอันเป็นสมบัติของตาเรียนทิ้งไว้ซึ่งไม่ใช่สมบัติของฉันแม้สักอย่างเดืยว
แต่ฉันมิอาจทำได้อย่างนั้น
ฉันยังรู้สึกว่าแกยังคงอยู่ 
ซึ่งมันคือความรู้สึกแห่งการยึดมั่น อย่างไรเสียถึงวันนี้ฉันคือความโดดเดี่ยวที่มิอาจปวดร้าว
แต่มันคือความโดดเดี่ยวเพื่อจะดำรงอยู่ให้ได้แม้ที่สุดแล้วเราต่างเดินทางไปสู่ความว่างเปล่าก็ตาม


หลังจากหว่านเมล็ดพันธุ์แนบนอนกอดผืนดินนุ่มอ่อนจน
ต้นข้าวเยาว์วัยกร้านดินอบแดด ต้นข้าวอายุสองสัปดาห์ฝนฟ้าเพิ่งจะตั้งเค้าราดรดเอาเมื่อสองวันก่อน
เสียงหัวใจกระแหนว่า ยังดีที่ฝนฟ้าปราณี ไม่อย่างนั้นมีหวังต้นข้าวหัวหงอกตายตั้งแต่วัยเยาว์ 5 5
บนคันนาริมคลองส่งน้ำของกรมชลประทาน ป่าหญ้าคา รกเรื้อโดนคมจอบตะบันเอาจนเตียนเหี้ยนปล่อยให้มันแห้งแดดสักวัน
เพื่อจะจุดไฟเผาในวันต่อมา ฉันลองพลิกฟื้นดินแข็งขืนบริเวณคันนาความกว้างเพียงหนึ่งวาเศษๆหยิบเมล็ดพันธุ์ของแตงร้าน
ถั่วฝักยาว มะเขือเปราะ พริก แมงลัก กะเพรา หว่านให้แนบนอนใต้ผืนดิน แขวนการรอคอยไว้กับหยาดน้ำค้างและฟ่องฝน
และลงท่อใยหินขนาดสี่นิ้วฝังลงใต้คันนาเป็นท่อส่งน้ำระหว่างแปลงนาข้าว  ภารกิจแห่งวันสิ้นสุดลง


สัปดาห์ต่อมาฉันพบว่าเมล็ดพันธุ์ของ แมงลัก กะเพรา มะเขีอ และพริก นอนหลับเพลินไม่ยอมงอกตื่น

มีเพียงแตงร้าน และถัวฝักยาว ที่แตกยอดเขียวของใบอ่อน

ดินยังชุ่มน้ำฝน หญ้าคาเปลือยปุยดอกวิ่นแหว่ง เมฆฟ้าและสายลมยังคงวนเวียนทำหน้าที่ของความ

ครึ้ม-เย็น คลับคล้ายว่าเพลงฝนยังคงจะร่ายรำ...ถึงตอนนี้ฉับบอกกับตัวเองได้อย่างเต็มปากว่าฉันจะหยัดรากของชีวิตและจิตวิญญาณปลูกต้นฝันของฉันบนผืนแผ่นดินที่ตาเรียนปล่อยไว้ให้ฉันได้หยัดยืนเพื่อพิสูจน์พละกำลังในหัวใจของฉันเอง

วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

สายลมของใบไม้



ฤดูฝน
อีกขวบปี
สายลมแห่ง ใบไม้




แกะห่อเมล็ดพันธุ์
เปลดินซุยนุ่มอ่อน
กล่อมนอนด้วยเพลงฝน




พืชไร่แตกยอดหนา
ยวงหญ้าก็ชอุ่ม
ฝนตั้งเค้าเมื่อยามบ่าย
คราบสนิมเปื้อนคมจอบอีกวัน



ความเขียวขจีระบัดอยู่รายรอบ
ดวงใจสีใดหนอ
ทว่าความคิดคำนึง
มิต่างจากความเขียวขจีของใบไม้



วันพฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

เงา


ก่อเกิดจากความรัก
ร้อยถักทะนุถนอม
เติมอบเต็มอุ่นกรุ่นอ้อม
กล่อมอวลทุกความเป็นไป

อย่าปล่อยความรักสูญเปล่า
เมื่อเท้าก้าวห่าง-ทางไหน
อย่าเลือนวันเก่าเยาว์วัย
คอใครเจ้าเคยขี่มัน

อย่าลืมน้ำนมพรมอาบ-
ซาบเหงือกซบอิ่ม-พรื้มฝัน
ผ้าเปื้อนขี้เยี่ยวในคืนวัน
ใครกันชะล้างมิวางมือ

เติบโตจากการฟูมฟัก
ปีกรักหักร้างแล้วหรือ
ท่วงท่ากระเหี้ยนกระหือรือ
ดั่งจะยื้อบีบคอมารดา

อย่าหยิ่งยะโสโอหัง
ก่อความชิงชังทั้งหน้า
สมองกะโหลกกะลา
การศึกษาไม่จรรโลงใจ

อย่าหมิ่นสองมือแห่งแม่
แท้คือมือแม่ยิ่งใหญ่
เขียนลงแผ่นผืนของหัวใจ
ให้จำหลักศักดิ์สิทธิ์ชีวิตเยาว์..ฯ

วันพุธที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

และแล้วความว่างเปล่าก็ร่ำร้องเพลง


52
ระหว่างการดำรงอยู่
ฉันพบว่าการมีอยู่เป็นทุกข์
ความว่างเปล่ากลับกลายเป็นความจริง

53

ใจในนามธรรม
การเดินทางจากข้างใน
สู่ภายนอก

54

ใครต่อใคร
พรากจากเรา
บนถนนสายเดิม

55
ดวงตาคู่นั้นปวดร้าว
ผู้เฒ่าปิดเปลือกตาโดยโรคร้ายฝานลมหายใจ
และแล้วความว่างเปล่าก็ร่ำร้องเพลง

55.5
เก้าอี้โยกก็ว่างเปล่า
ชานเรือนเงียบเหงา
ชายชราไปแล้ว...

56
หยาดหยดแห่งน้ำตา
มิได้ร้องไห้
แต่เข้าใจถึงการจากพราก


วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

คือที่มา




  ประทานโทษ! ขอรับ ขออนุญาต ตามหาความฝันสักวันจะได้ไหม? ใครได้ยินเสียงโลกร่ำไห้ และเสียงเกือกใคร  โหยหวนในแดดระอุ
 เราซุกนอนพักใต้ร่มไม้นับหิ่งห้อยจากดวงตาอย่างมึนแดดในท่วงทำนองของชีวิต  เราวางตัวเองอยู่ในความเหน็ดเหนื่อย และอ่อนล้า  การทำงานกลางแดดแผดเผาเสียงกระเส่าเหมือนหมาเมาแดด (55)บทบาทของชาวไร่ผู้แบกขวานห้ำหั่นต้นไม้พันธุ์เทศนาม “ยูคาลิปตัส” โทษฐานเจริญเติบโตเชื่องช้ากว่า สะแก  ตะโกหรือพันธุ์ไม้พื้นเมืองที่ไม่ได้ตั้งใจปลูกแต่มันเกิดเองโดยเรามิได้เชื้อเชิญ วันเวลาสามสิบหกเดือนไอ้พันธุ์ไม้ที่เราตั้งใจปลูกกลับกลายเป็นความแคระแกนขยาดต่อพันธุ์ไม้ เจ้าถิ่นจนน่าหมั่นไส้  ถุย! กูนึกว่าจะแน่ ที่แท้ก็แพ้เลข4ทุกกรณี (55)  สามสิบเจ็ดเดือนก่อนภาพวาดในหัวใจสวยสดงดงาม  โดยราคาไม้ยูคาลิปตัสในกาลนั้นกระชากความอยากมีเงินตราจนตัดสินใจลงทุนปลูก  หมดทุนไปตั้งหลายเงิน กระทั่งแขวนการรอคอยไว้ในวันเวลา
            วันนี้หาพ่อค้าไม้รับซื้อยูคาลิปตัสยากเย็นแสนเข็ญ สงสัยโรงงานกระดาษร่ำรวยกระดาษอยู่กระมัง มิไยดีชาวไร่ผู้ตรากตรำ แร้นแค้นทั้งแรงกายและเงินตรา   โรงงานรับซื้อไม้กำหนดขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของลำต้นต้องไม่ต่ำกว่า5นิ้วถึงจะซื้อ    ทรุด!  ควานหาทั้งผืนไร่ ก็ไม่มีให้ซื้อสักต้นหรอกว่ะ  นั่นคือเหตุผลที่ต้องแบกขวานเข้าห้ำหั่นไม้ยูคาลิปตัสทั้งสิบกว่าไร่เพื่อแปรสภาพจากไม้ไปเป็นถ่าน  นี่คือที่มาของ “ ย่าม มีด จอบ เลื่อย และชาวไร่

วันเสาร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2556

ความร้อนแล้งของแดดแผดฉีกบทกวีฉันกระจุย




บทกวีของฉันอยู่ในผืนไร่
รำเพยแผ่จากหยาดเหงื่อที่ร่วงหยด
อยู่ในเตาเผาถ่านอิฐดินดิบ
จอบ มีด เสียม พลั่ว เลื่อย ขวาน
ล้วนแต่อุปกรณ์รังสรรค์งานกวี
ในวันนี้
ความร้อนแล้งของแดดแผด
ฉีกบทกวีฉันจนขาดกระจุย..

วันอังคารที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2556

ฉันแบกจอบไปเขียนบทกวี



48
เพลงรัตติกาลลอยลม
เวิ้งใจคะนึง
หวนถึงผืนไร่อันเงียบร้าง

49
ยามเช้าร้างไร้แสงตะวัน
อีกวัน
โลกเป็นสีเทา

50
ยามเช้าสีเทา
ความร้อนร้ายเหือดหาย
ฉันแบกจอบไปเขียนบทกวี

51
ขวานและมีดหาย
ความเสียดายยังติดแต้ม
อยู่ทุกความคิดคำนึง



วันศุกร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

กรอบ = คอก





43
ใบไม้ ! ...
วันเวลาเดินทางอีกแล้ว..เป็นขวบปี
เช่นนั้นเราจึงมีวงปีเพิ่มขึ้น


44   Ha ha 

กรอบ = คอก
ท้าทายพลกำลังแห่งการล่วงข้าม
จิตวิญญาณเดินจิบเมรัยแกล้มกวีนิพนธ์


45
ฝนหลงฤดูสู่ผืนไร่
ชาวไร่ระริกระรี้
เดือนห้าเบือนหน้าหัวเราะเยาะ


46
ลำไผ่สารพัดรูปทรง
รวมอยู่ในกอเดียวกัน
ขับขานเพลงไพร


47
แดดแผดร้อนร้าย
ภายใต้ปีกหมวก

ดวงอาทิตย์พ่นไฟ

วันอังคารที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2556

ชีวิตในเขตหวงห้าม


40

เย้ยหยันชีวิตในเขตหวงห้าม


41
ส่ำเสียงของเทศกาล
ขับขานอยู่ทุกๆทิศ
ข้าฯอยู่ในโลกด้านร้าง


42
 ล้มตัวลงนอน หลังเที่ยงคืน
ฟังเสียงหัวใจดังตุบ ตุบ
ยังคงอยู่ดีไหม? หัวใจเอย