วันอาทิตย์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ปลายทางแห่งการมีอยู่


 เจ้าของภาพ :พี่ภาร



37
เรายังดุ่มเดิน
บนเส้นทางที่ไม่เคยบรรจบ
แต่โค้งใจยังเกี่ยวพัน



38  :  แคนโต้ประกอบภาพ (พี่ภาร)

ปลายทางแห่งการมีอยู่
เรารู้...ใครๆก็รู้
มีไหม?ในกี่มากน้อยของมนุษย์ได้สำเหนียก



39
ที่แท้
ความเหน็บหนาวซุกซ่อนในริ้วแดด
และยื้อแย่งแทรกเบียดผ้าห่มในยามดึก


วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ข้าฯเขียนโลกของตนเอง

https://encrypted-tbn1.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcT7uEARqngO1fLTzsNG3lxRBrBr9TwqSULgPPOdYfgNAhP7rVLs : ภาพ
36
ยินยอมเป็นคนของความเงียบ
ไร้สาระในสายตาของคนนอก
ข้าฯเขียนโลกของตนเอง

วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ผู้สะสมความเหงาของดาวโลก





33
สมุดบันทึกกักเก็บความว่างเปล่า
ฉันไม่มีบทกวี
และในบทกวีก็ไม่มีฉัน


34
ออกไปตามหา
แรงบันดาลใจ
ไม่พบพาน

35
อีกดั่งมิติวิถีของความงาม
ในดวงตา ท่วงท่า
คือเจ้าผู้สะสมความเหงาของดาวโลก

วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2555

ผู้มีความรักท่วมท้นจนนองหัวใจ

                                                                        ภาพ http://pr.prd.go.th/samutprakan/images/article/news175/n20110125135257_1448.jpg
ความรัก….เป็นโรคอะไรสักอย่างไหม?
ถามตัวเองอย่างเงียบและวังเวง
“ไม่รู้นี่หว่า! “..เสียงตอบเอาเองอย่างกังวาน
พี่เม้งหรือ จาตุรนต์ ธน ผู้ยัดความรักลงหัวใจอย่างทะลักล้น
ทั้งวันและทั้งคืนเขาวุ่นวายกับการพูดกับโทรศัพท์ (รุ่นยัดถุงกางเกงและคาดสะเอว)
เขามีโทรศัพท์สองเครื่องและซิมคาร์ดอีกสี่อันเพื่อใช้ในการสับเปลี่ยน ( เวลาจะเข้าบ้านมั๊ง)
เขา(พี่เม้ง) บนใบหน้าอันแช่มชื่นผู้เรอออกมาเสียงดังว่า “รักกกก”
ข้าพเจ้าเปล่าอิจฉาหรือหมั่นไส้เขา(พี่เม้ง)
บางวัน เขาทั้งแชทและคุยกับโทรศัพท์พร้อมกันทั้งสองอย่าง
ตาดูจอ มือหนึ่งเคาะแป้นพิมพ์ อีกมือจับโทรศัพท์แนบปากและหู
เวลานาทีเดินทางอย่างซื่อ พี่เม้งไม่ใส่ใจวันและเดือน
เขายังคงอุ่น -อิน(in)กับความรักที่ระบาดหรือละบาท ล้นนองใจ
แล้วความรักที่ลับและซ่อนปิดเมียกับลูก ต้องมีอันเปิดเผยต่อสาธารณชน
ในคืนวันที่เผอเรอ ก็เพราะโทรศัพท์นั่นเอง เขา (พี่เม้ง) ลืมเปลี่ยนซิมคาร์ด เข้าบ้าน
บังเอิญ(จนน่ามั่นไส้) พี่เม้งหลับ และเมียรับโทรศัพท์ สงครามแห่งวาทะข้ามทวีปจึงอุบัติ ณ บัดนั้น
ก็ คนรักของพี่เม้งตรึงใจพี่เม้งในจินตนาการและคำหวานในโลกไซเบอร์
ส่วนเมียอยู่กันมาจนลูกวัดรอยเท้าใด้ใกล้เคียง ต่างฝ่ายจึงไม่ยินยอมกัน
สุดท้ายพี่เม้งของเราโดนหลอดไฟฟ้า ขนาดยาวเกือบวาจากน้ำมือเมียตัวเอง
จนเลือดแห่งความรักทะลักเรี่ยราดเต็มพื้นเรือน……(โธ่)

วันเสาร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2555

เรื่องของผม

ภาพ http://multiply.com/mu/bigheadredhorn/image/1/photos/32/1200x1200/7/DSC-2100.JPG?et=iMyRjMs6gRQHGJ2tjxracA&nmid=534558702
   อย่าหวั่นใจไปเลยท่านผู้ละเลียดสายตา ข้าพเจ้าเปล่าตีกรอบสิทธิ
อันจำกัดหรือจำเขี่ยใดเลย จนหลุดถ้อยคำว่า "เรื่องของผม ! "ให้ใครๆเสียอารมณ์
ข้าพเจ้าเพียงอยากกล่าวถึงผม อันหมายถึงขนบนศรีษะสัก สอง-สามนาทีคงไม่น้อยไปรึ!ว่ามากมาย
   ไอ้บักผมยาวในสายตาของหลายใคร มันกวนตีน! เพระทรงผมที่เหมือนไม่ได้หวี
ทั้งยาวทั้งหยัก จนบางท่านอยากโยนกรรไกรให้และบางท่านขันอาสา
ออกค่าตัดผมให้ หรือแม้กระทั่งยอมเปื้อนเศษเส้นผมจะตัดให้...ฯลฯ
เอาหล่ะ ขอรับ ...เหล่านั้นข้าพเจ้ายกยอดไปไว้ในความหวัง ดี ถึงดีมาก เป็นทั้งหมดทั้งมวล
มีบางใครอาจครุ่นคิดหาสาเหตุอันจริงแท้ที่ มัน(ข้าพเจ้า)บังอาจไว้ผมยาว เป็นแกะตัวดำปึดแต้มแซมหมู่เหล่า
บนทางเดินอันมีเกียรติแห่งสถานบริการประชาชนของรัฐ ที่คุณลักษณ์หรือมุมมองต้องงดงาม ในสายตาสาธารณ์
และหรือ ใครเขาอาจร้องตะโกนอยู่ในใจอันเงียบกริบและดวงตาหมิ่นแคลน
ว่า "เอ้ยไอ้เจ้าบ้านี่มันไม่ยินยอมส่องกระจกดูสารรูปตัวเองบ้างรึไง!" ประทานโทษเถอะครับ...ข้าพเจ้าไม่ได้ยิน
เสียงหัวใจใครเอ่ยถ้อยคำ ( HA-HA )
ความเป็นจริงหรือสิ่งที่แท้ เป็นประการใดมีเพียงข้าพเจ้าเองที่ประจักษ์ใจ อยากถามไหม?............
ข้าพเจ้าเพียงแต่จะแก้ตัวว่าไม่มีเวลา ในการบั่นทอนความยาวของเส้นผมให้สั้นลงเหลือ
เท่าที่จริตในหัวใจใครต่อใครอยากเห็น ข้าพเจ้าเปล่าบวงสรวงหรือประกันการเซ่นไหว้
ต่อศาลพระภูมิ-เจ้าที่นายทาง กระทั่งศาลเพียงคอ หรือเพียงตาใดๆทั้งนั้น
ในการไว้ผมยาว ที่จริงไม่ได้ไว้แต่ปล่อยเพราะไม่มีเวลาเข้าร้านตัดผมอีกประการหนึ่งคือไม่เปลืองตังค์
ตัดหนึ่งครั้งต่อปี ดูท่าจะดีกว่าแน่นอน(เป็นความคิดส่วนบุคคลเท่านั้นนะขอรับ)
เพราะร้านตัดผมเขาไม่ตัดนาทีละสลึงเหมือนโปรโมชั่น โทรศัพท์ยัดถุงกางเกง..(55)
ถึงนาทีนี้ ความหมั่นไส้จากเพื่อนร่วมที่ทำงาน เริ่มยกกำลังให้ ท่าทางจะกลายเป็นรังเกียจ
"ทำไม นาย,แก,เธอ,คุณ และมึง!ไม่ไปตัดผมให้มันดูเป็นผู้เป็นคนกับเขาเสียบ้าง"
อ้าว!ที่ข้าพเจ้า(กู)อยู่มาทุกวันเนี่ยมันไม่เหมือนคนเลยรึ!ไงวะ (นี่แค่เสียงคิดอยู่ในใจตัวเองเท่านั้น )
   ในที่สุดร้านตัดผมก็ไม่ได้ข้าพเจ้าเป็นลูกค้า
อาจมีคนไม่กี่คนที่ตัดผมเอาเอง ถึงทำได้ไม่บ้าก็เมา และข้าพเจ้าก็เป็นหนึ่งในจำนวนที่กล่าวถึง
แต่ไม่ทราบได้ว่าบ้าไหม?ที่เป็นช่างตัดผมให้ตัวเอง แต่ที่แน่ๆคือข้าพเจ้าเมา......(HA-HA)

ภาวะ : บ่ม



ไม่หรอกน่า!..ความครุ่นคำนึง
วางดินแดนของภาพฝัน นั้นไว้เถิด
ล้มเลิกการหยิบฉวยอันอ้างถึงจินตภาพอันแสนงาม
“*ความจริงคือสิ่งที่ปรากฏอยู่แก่ใจ เท่าที่เรารู้ และสัมผัสได้
กระทั่งเหตุและผล “
เช่นนั้น ก็ควรแล้ว ที่ข้าฯจักปล่อยวาง 
ละวางต่อสิ่งที่ไร้ตัวตน ในดินแดนอันแสนไกล
ในห้วงเวลาที่ไม่มีจริง



กี่ครั้ง กี่คราแล้ว เล่า
ที่ข้าฯบอกต่อตัวเองเช่นนั้น
สุดท้ายเส้นใยที่หลงเหลือ 
บ่มตัวอ่อนของความคิดถึงจนเติบโต
….เสีย เต็มหัวใจ..

เพลงบทเก่าของเวิ้งใจ

                                                                                               ภาพจากอินเตอร์เน็ต




มีบทเพลงใดจะร่ำขาน
พร้อยผ่านลานใจให้คนเหงา
เย็นย่ำคำฟ้าพร่ารูปเงา
เขียนเล่าสู่ใจผ่านนัยน์ตา

มีเพลงบทใดแทนใจฝัน
กำนัลกล่อมห้วงห่วงหา
ต่อเจ้า-เล่าฝันจำนรรจา
ร้อยหอมดังบุปผา รื่นชื่นบาน

พริ้มสู่เพียรร้อยส่ำสร้อยเสียง
ร่ำเรียงเปล่งร้อง ก่องแว่วหวาน
กรุ่นปลิวพลิ้วนำดุจลำธาร-
สานสายปรายผ่านขานชุ่มเย็น

อาจเพลงพรากจากโค้งฟ้า
ชายขอบโพ้นดาริกา-พริบตาเห็น
กลั่นจากใจชายจรอ่อนไหวเอน
เร้าคิดถึงเจ้าเช่นเคยเป็นมา

อาจเพลงเก่าเคยกล่อม ย่อมอิงอุ่น
ยังคุ้นส่ำเสียงสู่เดียงสา
ด่ำเพลงคลอเสียงกีตาร์พา
ในพริ้มหลับของดวงตาเจ้าร่ายิ้ม
 

โอบกอดรั้งรอ




เมื่อไร..คนที่จากไปจะหวนมา
อาจพลั้งเผลอไถ่ถามสายลม - วันเวลา
กระทั่ง ดอกไม้ไบหญ้า
มิได้วิกลหรือว่าบ้า
แต่ทว่าเพราะรั้งรอ

ที่รั้งรอ…เพียงพอทอค่าการเกิดก่อ-
ความคิดถึง หนักอี้งพอ
เท่าที่หัวใจไม่ท้อ
จะรอคอย…

ปลายทางจักจบลงที่ตรงไหน – ในเลื่อนลอย
ทุกก้าวย่าง อ้างว้างกลับไม่ถอย
หมื่นแสนคำ ค่ำ- เช้า คอย
ได้ขีดร้อยในรอยทาง

เส้นทางมิร้างจบ ลบทาง
ใคร! เกาะกุมความอ้างว้าง
อย่างชื่น ยื่นชุ่ม
กระนั้นฝันซึ่งจึง ชอุ่ม จะ โอบกอดรั้งรอ…


วางดินแดนของความหลัง ณ ฟากฝั่งอันนิ่ง-ก่อ
ดั่งล้วนด่วนร้างจางร่องรอยห่มท้อ
กระนั้นถ้อยรั้นวอนขอ
มิเคยเพียงพอ ต่อดวงใจละโมบคอย

แม้อย่างนั้นสายใยพันธะอันนิดน้อย
หากมิอาจสลายทลายลง ยับย่อย
ข้าฯยังอยู่กับเลือนจางแห่งร่องรอย
ใจไม่คร่ำปล่อย รึ พลอยว่าปวดร้าว

กระไรใช่หวาดท้อ แม้ฤดูกาลก่อเหน็บหนาว
ทว่า วลีแห่งปรัชญ์แว่วสู่คำนึง ตรึงราว-
ถ้อยนั้น สลักเสลา
ฟังว่า “คืนหนาว ยาวนานเสมอ”
…*

* ถ้อยวลีจากที่ใดที่หนึ่งที่ข้าพเจ้าจดจำมิได้
ต้องกราบขออภัยที่ยกมาทั้งประโยค...

คือสิ่งที่อยากจะบอก


[ “ไม่มีเหตุผลใดใดระหว่างกัน...
เพราะ…ไม่สามารถลบลืมความทรงจำของ….ได้
ไม่มีแม้กระทั่งคำกล่าวลา
...เพราะไม่คิดว่าเราจะจากกัน ยังอยู่ตรงนี้เสมอค่ะ ”]

…………………

เราจากกันแล้วหล่ะคนที่รัก
จากทั้งที่บาดแผลเราเหวะหวะอย่างถ้วนทั่ว
จากทั้งที่เราเองไม่รู้ตัว
จากแพร่งทางรางสลัว – ต่างก้าวเดิน

เราจากกันแล้วหล่ะ คนรัก
เธอสำเหนียก – ฉันตระหนักความห่างเหิน
ไร้ประโยชน์ จะโลดไปอย่าง หลงทางเดิน
ฉันยับเยิน เธอยับยั้ง – ปลาสนาการ

เราจากกันแล้วหล่ะ โอ! คนรัก
กรุ่นไอเก่าเป็นเถ้าปลัก ขมขื่น ขาน
แม้อยากกอบวัน,คืน เคยชื่นบาน
หอบได้เพียงใจสามานย์ของฉันเอง
กอบได้เพียงเถ้าเปล่าดายเท่านั้นเอง...
 

หยดยิ้ม




เธอยิ้มหยดเฟื้อยสดใหม่ แห่งนาทีสีทองของชีวิต 
โดยหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งฝัน
ลงในจินตนาการ ชื่นบาน….อย่างชื่นบาน
เนิ่นนาน…..กว่าเธอจักได้รำลึก 
ต่อสิ่งที่ได้ให้ทั้ง…รอยยิ้ม…และเสี้ยวหยาดแห่งน้ำตา

“อย่าหยุดยั้ง “…ต่อฝั่งฝัน หรือกระนั้น เถอะเธอเฝ้าฟัง
เสียงภายในเร่าร้อง บอกเล่าต่อตัวเอง

เฝ้ามอง…
ฟ้าขับเปลวรุ้งอุ่นแดดบ่ายอ่อนโยน หลังฟ้าวางฟ่องละอองฟุ้ง
อย่างแผ่วเย็น

ดอกไม้ในเพลงฝน หอมท่วงทำนองละอองพรมกระไอดิน
ฉุดรั้งคืนวันของวัยเยาว์มาช่วงฉายในมโนภาพ
ฉาบไว้ ภายใน..
นาทีนี้ดวงตาเธอปริ่มความชื่นบาน ขณะ
….เธอยิ้มหยดเฟื้อยสดใหม่…..

วันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2555

การไม่คาดหวัง




30 :  สิงหาคมเพลงฝนมาเยี่ยมเยือน

ฟ้าสีเทาตั้งแต่เช้า
พืชไร่เฉยเมย
ความคุ้นชินกับสีของฟ้าและการไม่คาดหวัง


31
ฝนหยาดแรกรินสาย
บางเบา
อย่างหยาดน้ำค้าง


32
ข้าฯก่อเตาเผาถ่านครั้งใหม่
จากเศษซากเตาเก่าที่พังทลาย
โดยก้อนดินหลายขนาดและหลากรูปทรง

วันพฤหัสบดีที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2555

เพลงฝนเงียบร้างจากไร่-นา เรา



ภาพ http://www.surinzone.com/wp-content/uploads/2012/08/555000010329301.jpeg




27 ความแห้งแล้งของฤดูฝน  กรกฎาคมทั้งเดือนที่เพลงฝนเงียบร้างจากไร่-นา เรา

เป็นเดือนๆ
ความแห้งแล้งของฤดูฝน
เหมือนว่ายาวนานเป็นปี

28
สายลมเกรี้ยวกราด
กันสาดผ้าใบเปิดเปิง
แรงลมตะคอกวันแล้ววันเล่า

29
ต้นข้าววัยเยาว์
อาบแดด
จนซีดเหลือง

วันเสาร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ขนนกปลิวซบต้นหญ้า




25
ความแห้งแล้งของฤดูฝน
พริก,มะเขือยืนห่อเหี่ยว
กระทั่งกะเพรา,แมงลักสำรักแดด


26
ฝูงนกจอแจบนต้นหมี่
พรานวัยละอ่อนแบกปืนย่องเข้าซุ่ม
ขนนกปลิวซบต้นหญ้า



คางคก เดิน,วิ่ง,รึว่า กระโดด?



21
ย่ำค่ำลมโบย
ชื่นเย็น
ยุงชุมชื่นชมผิวกาย


22
ใต้แสงไฟริมทาง
คางคก เดิน,วิ่ง,รึว่า กระโดด?
ตวัดลิ้นเกี่ยวแมลงที่พลัดร่วงลงทาง



23
หนังสือหนึ่งลัง
ตั้งเงียบในวันเวลา
ปลวกแทะจนไม่เหลือรูปทรง



24
หนังสือเล่มโปรด
สมุดบันทึกอันถนอม
หายไปอยู่ในท้องปลวก

โลภ




18
ฝูงมด
รุมลิ้มความหวานจากแตงไทย
บางตัวเหไปหาถ้วยกาแฟที่หลงเหลือน้ำตาลติดก้นถ้วย



19
ฝนตก
หลายวัน
ทางเดินเปรอะโคลน



20
ใบไผ่ไหวเอน
ลำไผ่อึงอลออดแอด
หน่อไผ่โผล่พ้นดินชุ่มฝน


20.1  โลภ
กระย่องกระแย่งในดงไผ่
หน่อไผ่เต็มตะกร้า
หนักอึ้งจนอยากเททิ้ง

เสียงสิ่งมีชีวิต กระจัดกระจาย


http://images.sanmai.multiply.com/image/1/photos/335/1200x1200/5/T.T.jpg?et=MinbiIiYW3eav82dguHkzg&nmid=137111020

7
ยามเช้า
เสียงสิ่งมีชีวิต
กระจัดกระจาย


8
ย่ำค่ำ
โหวกเหวกวอแว
เด็กขี้แยร้องไห้


 9
ความหิว
บีบโบย
กรุ่นหอมไก่ต้มน้ำปลา


 10
ต่อมน้ำลายทำงาน
ข้ารู้สึกอยากกระดกเหล้าโรง
สักจอกเต็มๆ


11
ข้าแต่งแต้ม
แผ่นกระดาษ
ด้วยถ้อยคำสามบรรทัด

  
12
วันเดือนปี
คืบคลาน
ข้าฯอ่านหนังสือผ่านเลนส์

วันอาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เธอ


เธออยู่แห่งไหน?

ไปเขียนขอบโค้งใดของใจฝัน
หอมฝั่งห้วงดวงดาว สกาวจันทร์
กล่อมเพลงหวานกำนัลต่อวิญญาณ

ไกล- ฝั่งฟ้า
พิศต่อเมฆมายา-เลือนพร่าผ่าน
หรือกลายกลับลับร้างคว้างทางธาร
ผ่านดินแดนแสนนาน-ของกาลเวลา

ยังปีกนั้น
หอบร้อยฝันรื้อฟื้นเต็มชื่นหน้า
โอบปีกรักจักค้อมกล่อมอวลตา
ฟังสิ!เสียงร้องร่ามีฟ้าย่อมมีเธอ

ถึงอยู่แห่งไหน?
ฟ้าเขียนรูปเงาใดเป็นเธอเสมอ
มือมายาวาดฟ้า-ข้าฯพบเจอ
แม้พร่าเบลอยังเห็นเธอ อยู่เช่นนั้น

วันเสาร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เพลงร้องของวิญญาณ

http://www.cruzine.com/wp-content/uploads/2010/09/586-abstract-photos.jpg



เราพบกัน แห่งไหนใน นาทีสุดท้าย
ปลายไม้ปริยอดอ่อนเริงร่ายสายลมอุ่น
เชิงเขาครึ้มเขียว ควันไฟละมุน
หอมดิน-น้ำชุ่มกรุ่นกระไออาย

เราทักทายกันที่ใด ในวันก่อน
สุนทรียะเบิกฟ้อนก่อนเช้า-สาย
รังรองของขอบฟ้าระย้าระบาย
เราเขียนถึงจุดหมายของวิญญาณ

ในหมอกเช้าเงียบจางอย่างไม่คุ้น
พบตัวเองคว้างหมุนท่ามสุสาน-
กองกระดาษกลาดเกลื่อนเหมือนเบ่งบาน
เราละเลยและก้าวผ่าน-วิญญาณตน.


ภวังค์





วันเวลามิหวนคืน
ดุจกระแสคลื่นที่กลืนหายกับชายฝั่ง
คล้ายดอกไม้ที่โรยรายร่วง สู่ห้วงปวงฝุ่นฝัง
คล้อยไปสู่สร้อยสายพรายความหลัง
เรื่องเล่าหนึ่งจึงสถิตแห่งภวังค์
คงคลื่นครามของความหลัง
สะพรั่งพราว..

คว้างห้วงกาลลึกลับ กลับรำลึก สู่ถนนของคนหนาว
หอมบางกลิ่นริน-ร่ายราวป่า ฟ้าอวดดาว
กระท่อมเหน็บหนาว
ของคนมิสาระ

พรมแผ่วเพื่อย้ำคำนึง 
กระท่อมหนึ่งนั้นน้อมในอิสระ
วันคืนผ่านพันธะ
และอิสระเราละลายลงฯ

หลงเหลือหรือเรื่อราง
ระหว่างถ้อยคำของดอกไม้-กรุ่นอายฝน
ร้อยวิถี-ผลิบานเหมือนทานทน
พร้อยลานดอกไม้ คล้ายภาพเขียนของเดือนปี

จวบการมาถึงอีกครั้งของลมหนาวและว่าวสี
คุ้นท่วงทำนองของดนตรี
ดนตรีของริ้วรวงเริงร่ายรำ

ถ้อยกู่ร้องของลมหนาว
ชุ่มน้ำค้างพรูพร่างพรม-ห่มแสงดาว
ดวงจันทร์หลังเพลงพลบ สกาว
เหนือทุ่งข้าวแสงเพ็ญเด่นฉาย
ข้าฯเขียนถ้อยคำคิดถึงเธอไว้บนฟ้า.



วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

หอมกาแฟคลุกกลิ่นฝน

ภาพ  :  http://www.codsana.com/image.php?f=img/344/3e8/3443e818d27d94a50016b36cc9e440e9_0.jpg&s=550

13
ฝนโปรยสาย
ผืนป่าสีเทา
ก่อไฟต้มน้ำใต้ชายคาเถียง


14
ผูกเปล
นอนบนเถียง
ฟังเสียงฝน


15
น้ำจากหลังคา
กระชั้นเป็นสาย
เม็ดฝนกระโดดโลดเต้นบนสนามชายคา


16
น้ำในหม้อ
พวยกระไอเดือด
แข่งกับสายฝน


17
ข้าฯจ้วงกระบวย
ตักน้ำในหม้อเดือด
เติมลงถ้วย หอมกาแฟคลุกกลิ่นฝน







วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

หญ้าชอุ่มเขียว งดงามในนามวัชพืช




4
เสี้ยวมุมที่ใครๆไม่ค้นหา
ป่ารกชัฏและแดดเอื่อย
เห็ดโคนกางร่ม กิ้งกือสรวลเสลิ้มรสดอกเห็ด


5
ไผ่ตงแทงหน่อพอพ้นดิน
เถาว์ถั่วฝักยาวเลื้อยหาที่เกาะ
ฝนตั้งเค้า ฝูงมดย้ายไข่จากร่องรู


6
ผืนไร่ปลูกพืชไร่
หญ้าชอุ่มเขียว
งดงามในนามวัชพืช

วันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ดวงตา ดวงใจ ยื้อแย่งจะสอพลอต่อฉัน





            1
       ใช่! ฉันมาเพื่อตามหา
ใครสักคน
ที่แจ่มชัดในดวงตา


2

มีไหมเธอในดวงดอกไม้
ปวงปีกผีเสื้อ
หรือในความรกเรื้อของมายาเกินกว่าจินตนาการ



3

ดวงตา
ดวงใจ
ยื้อแย่งจะสอพลอต่อฉัน