วันเวลามิหวนคืน
ดุจกระแสคลื่นที่กลืนหายกับชายฝั่ง
คล้ายดอกไม้ที่โรยรายร่วง
สู่ห้วงปวงฝุ่นฝัง
คล้อยไปสู่สร้อยสายพรายความหลัง
เรื่องเล่าหนึ่งจึงสถิตแห่งภวังค์
คงคลื่นครามของความหลัง
สะพรั่งพราว..
คว้างห้วงกาลลึกลับ
กลับรำลึก สู่ถนนของคนหนาว
หอมบางกลิ่นริน-ร่ายราวป่า
ฟ้าอวดดาว
กระท่อมเหน็บหนาว
ของคนมิสาระ
พรมแผ่วเพื่อย้ำคำนึง
กระท่อมหนึ่งนั้นน้อมในอิสระ
วันคืนผ่านพันธะ
และอิสระเราละลายลงฯ
หลงเหลือหรือเรื่อราง
ระหว่างถ้อยคำของดอกไม้-กรุ่นอายฝน
ร้อยวิถี-ผลิบานเหมือนทานทน
พร้อยลานดอกไม้ คล้ายภาพเขียนของเดือนปี
จวบการมาถึงอีกครั้งของลมหนาวและว่าวสี
คุ้นท่วงทำนองของดนตรี
ดนตรีของริ้วรวงเริงร่ายรำ
ถ้อยกู่ร้องของลมหนาว
ชุ่มน้ำค้างพรูพร่างพรม-ห่มแสงดาว
ดวงจันทร์หลังเพลงพลบ สกาว
เหนือทุ่งข้าวแสงเพ็ญเด่นฉาย
ข้าฯเขียนถ้อยคำคิดถึงเธอไว้บนฟ้า.